กรุงเทพฯ มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้สนุกกับการเล่นกอล์ฟได้ตลอดทั้งปี และเราเชื่อว่าหลายท่านเล่นกอล์ฟกันเป็นประจำอยู่เสมอ
แต่หากในวันธรรมดาคุณต้องทำงานนั่งโต๊ะเป็นหลัก และเล่นกอล์ฟเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ คุณอาจมีอาการปวดบริเวณหลังส่วนล่าง ข้อศอก หรือข้อมือได้
อาการปวดจากการเล่นกอล์ฟมักไม่ได้เกิดจากการใช้งานมากเกินไปเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีสาเหตุจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การเคลื่อนไหวที่ไม่เหมาะสม, ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง, ช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อที่จำกัด หรือความมั่นคงของร่างกายที่ไม่เพียงพอ
ในบทความนี้ เราจะอธิบายถึงการบาดเจ็บและอาการที่พบบ่อยจากการเล่นกอล์ฟ สาเหตุของอาการ รวมถึงแนวทางการรักษาโดยทีมนักกายภาพบำบัดของ J-CLINIC เพื่อช่วยให้คุณฟื้นตัวและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดในอนาคต
การบาดเจ็บและอาการที่พบบ่อยจากการเล่นกอล์ฟ
อาการปวดหลังส่วนล่าง (“golfer’s back pain”)
หลังส่วนล่างของคุณรับภาระอย่างมากจากการสวิง ซึ่งเป็นการบิดตัวและแอ่นหลังซ้ำ ๆ คนส่วนใหญ่มักรู้สึกปวดมากขึ้นระหว่างการสวิง, ทันทีหลังสวิง หรือในวันถัดไปหลังจากการออกรอบ

อาการปวดข้อศอก (“Golfer’s elbow”)
ภาวะนี้เกิดจากแรงกระทำซ้ำๆ บริเวณด้านในของข้อศอกในจังหวะอิมแพคหรือช่วงดาวน์สวิง ซึ่งมีหลายกรณีที่ภาพเอกซเรย์ไม่พบความผิดปกติที่ชัดเจน แต่อาการปวดยังคงมีอยู่

อาการปวดข้อมือ
การตีกระทบพื้นบ่อย ๆ (เช่น ตีหลังลูก หรือ fat shot) อาจทำให้ข้อมืออักเสบได้ แรงกระแทกจากจังหวะอิมแพค, การตีกระทบพื้นซ้ำๆ และการจับกริปแน่นเกินไป ล้วนทำให้ข้อมือรับภาระหนัก โดยผู้ที่ถนัดขวามักจะเกิดอาการที่ข้อมือซ้าย”

ทำไมการบาดเจ็บจากการเล่นกอล์ฟจึงพบได้บ่อย
กอล์ฟเป็นกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวในท่าทางเดิมซ้ำๆ ในจังหวะอิมแพคจะเกิดแรงกระแทกอย่างรุนแรงต่อร่างกายในทันที ประกอบกับการที่มีท่าทางที่ไม่ถูกต้อง, ร่างกายเคลื่อนไหวน้อยจากการทำงานนั่งโต๊ะในวันธรรมดา จึงทำให้บางส่วนของร่างกายถูกใช้งานและรับภาระมากเกินไป
หากแกนกลางลำตัวไม่มีความยืดหยุ่นหรือความมั่นคงเพียงพอ ร่างกายจะพยายามปรับตัวเพื่อปกป้องส่วนต่างๆ เช่น หลัง ข้อศอก หรือข้อมือ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการปวดได้
ขั้นตอนการประเมินและการตรวจ
ที่ J-CLINIC เราไม่ได้รักษาเฉพาะบริเวณที่มีอาการปวดเท่านั้น แต่เราพิจารณาร่างกายแบบองค์รวม รวมถึงท่าทาง พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด และมุ่งเน้นการฟื้นฟูในระยะยาว


ในการเข้ารับการรักษาครั้งแรก เราจะทำการประเมินอย่างละเอียด ซึ่งประกอบด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้
- การซักประวัติอย่างละเอียด (เช่น ระยะเวลาที่มีอาการ ความถี่ในการเล่นกอล์ฟ และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน)
- การตรวจประเมินด้วยมือ (ดูการเคลื่อนไหวที่กระตุ้นอาการปวด รวมถึงการเคลื่อนไหวที่บรรเทาอาการปวด)
- การวิเคราะห์ท่าทางและการเคลื่อนไหว (ในท่ายืน นั่ง และขณะเดิน)
หากจำเป็น อาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ (X-ray) หรืออัลตราซาวด์ เพื่อประเมินสภาพกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเอ็นยึดข้อ จากนั้นจึงวางแผนการรักษาทางกายภาพบำบัดที่เหมาะสม หรืออาจพิจารณาส่งต่อเพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมในสถานพยาบาลเฉพาะทาง


การรักษาทางกายภาพบำบัดของเรา
จากผลการประเมิน เราจะวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล โดยอาจผสมผสานวิธีการต่าง ๆ ดังนี้
- การรักษาด้วยเครื่องอัลตราซาวด์และกระตุ้นด้วยไฟฟ้า เพื่อลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด
- การรักษาด้วยมือ (manual therapy) โดยนักกายภาพบำบัดที่ผ่านการฝึกอบรม เพื่อให้ร่างกายทั้งระบบทำงานประสานกันมากขึ้น และปรับสมดุลซ้าย–ขวา
- การออกกำลังกายบำบัดและการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นคงของร่างกาย โดยมุ่งเน้นการคงประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหวและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของอาการ



ทั้งนี้ เราอาจแนะนำการฝังเข็มหรือการติดเทป (taping) เพิ่มเติม ตามความเหมาะสมของอาการ
การรักษานี้เหมาะสำหรับคุณ หากคุณ
- มีอาการปวดจากการเล่นกอล์ฟซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง
- เคยได้รับการตรวจ แต่ไม่พบความผิดปกติและยังคงมีอาการเจ็บอยู่
- ต้องการรับการรักษาทางกายภาพบำบัดที่อิงจากผลการประเมินอย่างละเอียด
การนัดหมายหรือติดต่อเรา
การดูแลอย่างเหมาะสมจะช่วยป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บและอาการเจ็บปวดจากการเล่นกอล์ฟกลายเป็นปัญหาระยะยาวหรือกลับมาเป็นซ้ำได้
J-CLINIC ให้บริการแบบนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น สามารถทำการนัดหมายทางโทรศัพท์, LINE หรือ Facebook
Line



